เริ่มต้นวันที่ 2
เริ่มต้นเช้าวันใหม่ของฉันด้วยบรรยากาศสุดพิเศษ เวลา 06.00 น. อากาศเต็มไปด้วยหมอกหนา ท้องฟ้าแจ่มใส อากาศเย็นสบาย สดชื่น เป็นบรรยากาศที่ฉันอยากสัมผัสทุกเช้าจริงๆ เนื่องด้วยที่โฮมพุเตย รีสอร์ท นั้นห้อมล้อมไปด้วยธรรมชาติทำให้เป็นความรู้สึกที่สดชื่นและสดใสอย่างยิ่ง
เริ่มต้นกิจกรรมแรกยามเช้ากับการเดินสำรวจเส้นทางธรรมชาติและชมวิถีชีวิตของหมู่บ้านมอญ
ฉันขอขยายความ “หมู่บ้านมอญ” เพื่อเป็นข้อมูลและเพื่อความเข้าใจ ชาวมอญ หรือ The Mon people ชนกลุ่มน้อยจากประเทศพม่า ชาวมอญ หรือ รามัญชน มีถิ่นกำเนิดอยู่บริเวณลุ่มแม่น้ำอิรวดี ประเทศพม่า พวกเขาอพยพถิ่นฐานมายังดินแดนไทยหลายครั้ง ตั้งแต่สมัยทวารวดี จนกระทั่งเข้ามาพำนักในบริเวณลุ่มแม่น้ำแควน้อย จังหวัดกาญจนบุรีนั่นเอง
โดยทางโฮมพุเตย รีสอร์ท ได้มีเส้นทางเดินชมวิถีชีวิตชาวมอญที่ใช้ชีวิตอย่างสงบสุข ท่านจะได้สัมผัสวิถีชีวิตความเรียบง่ายของชาวมอญในหมู่บ้านเล็กๆใกล้กับที่พัก รวมถึงวัดมอญที่ซึ่งเป็นศาสนสถานที่ศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้านมอญ ใช้ประกอบกิจกรรมทางศาสนา และเป็นสถาปัตยกรรมที่สวยงามและเป็นเอกลัษณ์ของชาวมอญ ประกอบกับธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์อย่างมาก
หลังจากเดินชมเส้นทางธรรมชาติและหมู่บ้านชาวมอญเรียบร้อยได้แวะชมวิวแม่น้ำแควน้อยบริเวณท่าเทียบเรือระหว่างรีสอร์ทซึ่งเป็นบรรยากาศที่ทำให้ผ่อนคลายอย่างยิ่ง
หลังจากเดินชมวิถีชีวิตของชาวมอญและชมธรรมชาติประมาณ 1ชั่วโมงก็กลับเข้าตัวรีสอร์ทเพื่อรับประทานอาหารเช้าและดื่มด่ำวิวแม่น้ำแควน้อยก่อนเดินทาง check out และเดินทางต่อไป อาหารเช้าที่โฮมพุเตยนั้นมีให้เลือกมากมายและสดใหม่มากๆ เนื่องจากมีผู้เข้าพักจำนวนมากฉันเลยไม่ได้ถ่ายเมนูอาหารสำหรับมื้อเช้ามาให้ได้ดูซึ่งเป็นเรื่องน่าเสียดายมากๆ
เริ่มต้นออกเดินทางจากโฮมพุเตย รีสอร์ท เราได้แวะ Barnyard café เพื่อเติมพลังก่อนออกเดินทาง ที่นี่มีกาแฟสดใหม่และขนมไทยที่ต้องไปชิมให้ได้ซักครั้ง แต่วันที่ฉันไปนั้นทางร้านยังเตรียมขนมหวานไม่เสร็จจึงได้ชิมกาแฟเพียงอย่างเดียวที่นี่มีน้องแมวมาคอยต้อนรับซึ่งน้องน่ารักมากๆเป็นมิตรกับทุกคนแต่แอบซนไปนิดนึง
location : https://maps.app.goo.gl/2a2tq3PdjbYFoyDDA
มาต่อกันที่สถานที่ท่องเที่ยวแรกกันกับที่ “วัดถ้ำพุหว้า” เป็นวัดเก่าแก่ที่มีทั้งความงดงามทางธรรมชาติ สถาปัตยกรรมอันทรงเสน่ห์ และประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจ
จุดเด่นของวัดถ้ำพุหว้า
บรรยากาศร่มรื่น : โอบล้อมด้วยขุนเขาและป่าไม้ อากาศเย็นสบายบริเวณภายในถ้ำ เหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจ ภายในถ้ำมีลักษณะเป็นห้องโถงขนาดใหญ่ หน้าถ้ำจะมีปราสาทหินทราย เป็นรูปแบบของศิลปะขอมโบราณประยุกต์ขนาดใหญ่สีน้ำตาลแดง มีลวดลายประณีตที่สวยงามมากๆ บรรยากาศรอบๆ วัด จะมีภูเขาและป่าไม้ล้อมรอบ มีความร่มรื่น สะอาด และสวยงามมากๆ
สถาปัตยกรรมไทยประยุกต์ : ว่ากันว่าเดิมวัดนี้มี ถ้ำเป็นอุโบสถ ภายในถ้ำจะมีพระพุทธรูปปางสมาธิประดิษฐานเป็นพระประธานอยู่และจะมีปล่องภายในถ้ำเพื่อให้แสงส่องลงมา รวมทั้งมีพระบรมสารีริกธาตุที่อัญเชิญมาจากประเทศเมียนมา ให้นักท่องเที่ยวได้สักการะบูชาเช่นกัน
มีการค้นพบหลักฐานว่า เมื่อก่อนนั้น วัดถ้ำพุหว้า เคยเป็นสำนักสงฆ์มาก่อน เมื่อราว 20 กว่าปีที่แล้ว พระอาจารย์สุพจน์ ธมมรโต ได้ธุดงค์มาอาศัยปฏิบัติธรรมอยู่ในที่ ถ้ำพุหว้า ทำให้ต่อมาธรรมะได้เผยแพร่ไปสู่ชาวบ้าน เลยทำให้ที่นี่กลายเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม นั่งวิปัสสนาที่พุทธศาสนิกชนต่างเลื่อมใส จนได้ยกฐานะเป็นวัดในปี พ.ศ. 2537 โดยเจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญโญ) วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ และได้ตั้งชื่อวัดว่า วัดถ้ำพุหว้าธรรมกายาราม นั่นเอง
location : https://maps.app.goo.gl/PvRdYeFerLipBLNv8
ฉันขอจบ EP.2 ไไว้ที่ตรงนี้ก่อนเนื่องจากยังมีอีกหลายที่ให้ได้ชมกันฉันกลัวว่ามันจะยาวเกินไปจนทำให้คุณเบื่อกันได้แล้วแล้วไว้พบกันใน EP.ต่อไปนะ


































